รู้จัก 5 ภาวะบาดเจ็บจากความร้อน รู้ไว้ก่อนป้องกันได้ !

Last updated: 2021-05-24  |  881 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 

รู้จัก 5 ภาวะบาดเจ็บจากความร้อน รู้ไว้ก่อนป้องกันได้ !

 

ใครว่าอากาศร้อน แค่ทำให้หงุดหงิด ไม่สบายตัว? ถึงแม้ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ 28 องศาเซลเซียส แต่ก็มีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นทุกปี จากภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความชื้นในอากาศ และความเร็วลม รวมถึงปัจจัยของร่างกายเราเอง ที่อาจทำให้รับรู้อุณหภูมิได้มากกว่าปกติ ซึ่งหากร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดีพอ อาจทำให้เกิด อาการบาดเจ็บจากความร้อน (Heat-Related Illness) ได้โดยง่าย 

 

บาดเจ็บจากความร้อน อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเราได้

 

1. 5 ภาวะบาดเจ็บจากความร้อน รู้ไว้ก่อนต้องเจอแดด

  1. ผื่นจากความร้อน (Prickly Heat)

    ผื่นเกิดจากการบาดเจ็บจากความร้อน

    โรคผื่นจากความร้อน (Heat Rash, Lichen Tropicus, Miliaria Rubra) จะมีผื่นคันเม็ดเล็ก ที่เกิดจากการสัมผัสอากาศที่ร้อนมาก ในขณะที่มีความชื้นสูง ทำให้เหงื่อไม่สามารถระเหยได้ เกิดการอุดตันต่อมเหงื่อ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ได้ง่ายขึ้น มักเป็นที่ผิวหนังบริเวณใต้ร่มผ้า โดยคนที่มักมีเหงื่อออกง่าย มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะนี้ได้ง่ายกว่าปกติ 

  2. ตะคริวจากความร้อน (Heat Cramps)

    ภาวะตะคริวจากความร้อน หรือตะคริวแดด เป็นการบาดเจ็บจากความร้อน ที่มีผลกับกล้ามเนื้อโดยตรง เกิดจากการอยู่ในบริเวณที่มีอากาศร้อนจัด, มีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือออกกำลังกายในสถานที่อับ จึงระบายความร้อนม่ดี ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ จนเกิดกล้ามเนื้อหดเกร็ง เป็นตะคริว ซึ่งอาจเป็นอาการหนึ่ง ของการบาดเจ็บจากความร้อนอื่นได้

  3. การเป็นลมจากความร้อน (Heat Syncope)

    เป็นลมสาเหตุจาก บาดเจ็บจากความร้อน
    เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคลมแดด เกิดจากการยืนเป็นเวลานาน หรือเปลี่ยนท่าลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จากการที่หลอดเลือดส่วนปลายขยาย ทำให้เลือดไหลขึ้นไปเลี้ยงศีรษะได้น้อย หรือเลี้ยงศีรษะไม่ทัน ร่วมกับการสูญเสียน้ำจากอากาศร้อนจัด ทำให้ปริมาตรเลือดในเส้นเลือดลดลง จึงมีอาหารหน้ามืดเป็นลม หรือเกือบเป็นลมได้

  4. การเพลียจากความร้อน (Heat Exhaustion)

    ภาวะเพลียจากความร้อน หรือเพลียแดด
    เป็นความผิดปกติของร่างกาย ที่เกิดจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมาก ส่วนใหญ่เกิดจากการเสียเหงื่อขณะอากาศร้อน และได้รับน้ำทดแทนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ (Dehydration) จึงมีอาการอ่อนเพลีย, ไม่มีแรง, มึนงง, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดศีรษะ หรือเกิดตะคริวแดดร่วมด้วยได้ หรืออาจมีความดันโลหิตต่ำลง ขณะเปลี่ยนท่าทางจากนอนหรือนั่งเป็นยืน ทำให้หายใจเร็ว, ชีพจรเร็วขึ้น และเหงื่ออกมากได้


  5. การหมดสติจากความร้อน (Heat Stroke)

    โรคลมร้อน
    ถือเป็นภาวะบาดเจ็บจากความร้อนที่รุนแรงที่สุด และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อาจเป็นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเจออากาศร้อนจัด หรืออาจเป็นความผิดปกติสะสม หลังจากต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด หลายวันติดต่อกัน ทำให้เสียน้ำและเกลือแร่มาก ส่วนใหญ่เกิดจากการเสียเหงื่อ


    โรคลมร้อน บาดเจ็บจากความร้อน
    โรคจากความร้อนชนิดนี้ถือว่าเป็นภาวะวิกฤติ ที่ทำให้มีไข้สูง วัดอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (Core Temperature) ได้สูงกว่า 41 องศาเซลเซียส, ไม่มีเหงื่อออก และมีระบบประสาททำงานผิดปกติ อาจทำให้เป็นลม, สับสน, สื่อสารไม่รู้เรื่อง, กระวนกระวาย หรืออาจซึมลงจนหมดสติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) จนทำให้ไตวายเฉียบพลัน, ตับวาย และมีน้ำท่วมปอดได้


2. 5 วิธีป้องกันโรคจากความร้อน

 

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน ถ้าต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนนาน ๆ ควรดื่มน้ำวันละ 10-15 แก้ว เพื่อทดแทนปริมาณน้ำ ที่ต้องสูญเสียไปกับสิ่งแวดล้อม

  2. สวมเสื้อผ้า ที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี หากต้องทำกิจกรรมในสถานที่ ที่มีอากาศร้อนอบอ้าว เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถแผ่ความร้อน และเกิดการพาความร้อนขึ้นได้

  3. งดออกกำลังกาย ในวันที่ร่างกายไม่พร้อม เช่น วันที่มีไข้, มีแผลติดเชื้อ หรือเจ็บป่วยจากโรคที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะหากมีอาการท้องเสียถ่ายเหลว เพราะร่างกายมีการสูญเสียทั้งน้ำ และเกลือแร่อยู่แล้วในระดับหนึ่ง

    ป้องกันการบาดเจ็บจากความร้อน
  4. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา, กาแฟ, โกโก้, น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนมาก เพราะร่างกายจะเสียน้ำมาก จากการปัสสาวะบ่อย และมีเหงื่อออกมาก

  5. รับประทานคูลแคปเป็นประจำ ยาสมุนไพรคูลแคปประกอบด้วย บอระเพ็ด, ส้มซ่า, ผักกาดน้ำ และโกฐน้ำเต้า นอกจากจะช่วยลดการอักเสบ ยังลดอุณหภูมิร่างกาย, ระบายความร้อน, แก้ร้อนใน, ขับของเสียออกจากร่างกาย ทั้งทางเหงื่อ, ปัสสาวะและอุจจาระ, ปรับสมดุลหยินหยางให้ร่างกาย เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ปกติอยู่เสมอ หากต้องเผชิญกับอากาศอบอ้าว หรือต้องอยู่ในสถานที่ที่ความร้อนสูง ร่างกายจะได้มีต้นทุนในการปรับตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากความร้อนได้

 

สรุป

ยาช่วยแก้ปัญหาการบาดเจ็บจากความร้อน

 

หากความร้อนจากสิ่งแวดล้อมสูงเกินไป จะทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายสูงขึ้นได้ หากเราไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ จะทำให้เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ เกิดการอักเสบ จนทำให้มีการทำงานที่ผิดปกติ เกิดเป็นอาการบาดเจ็บจากความร้อน (Heat-Related Illness) ซึ่งหากรุนแรงจนกลายเป็นโรคลมร้อน (Heat Stroke) อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงควรระวังและป้องกัน ดูแลตัวเองหากต้องอยู่ในที่ที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน และควรรับประทานคูลแคปเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายมีสมดุลในการระบายความร้อนที่ดี ไม่ร้อนใน และปรับตัวได้ง่าย จะได้ไม่เสี่ยงโรคนะค่ะ