5 โรค ! ที่ทำให้กลืนน้ำลายเจ็บคอ ก่อเชื้อจากแบคทีเรีย

Last updated: 2021-05-24  |  1348 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 โรค ! ที่ทำให้กลืนน้ำลายเจ็บคอ ก่อเชื้อจากแบคทีเรีย


อาการเจ็บคอ เป็นปัญหากวนใจที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้กลืนน้ำลายเจ็บคอ, อาจเจ็บคอมีเสมหะ, คอแห้ง, เสียงแหบ, กลืนลำบาก และทำให้ไอเรื้อรังได้ บางครั้งเกิดจากสาเหตุของโรคไม่ติดเชื้อ อย่างภูมิแพ้จมูก, กรดไหลย้อน, ต่อมไทรอยด์อักเสบ แต่ส่วนใหญ่ที่พบได้ มักเกิดจากการติดเชื้อ อาจเริ่มจากเป็นหวัด ติดเชื้อไวรัสธรรมดา แต่ไม่ได้ดูแล ทำให้กลายเป็นติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน คออักเสบเป็นหนอง หรืออาจพบเชื้อราได้ในบางราย

อาการกลืนน้ำลายเจ็บคอ สาเหตุเกิดจากอะไร?

 

1. 5 โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้กลืนน้ำลายเจ็บคอ

  1. โรคคออักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรีย (Acute Bacterial Pharyngitis)
    การติดเชื้อในช่องคอ
    (Pharynx) ประมาณ 70-80% เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้มีไข้, เจ็บคอ, ปวดเมื่อยตามตัว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้หรือร่างกายอ่อนแอ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ มักเกิดจากเชื้อกลุ่มสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus spp.)  โดยเฉพาะเชื้อ เบต้า-ฮีโมไลติก สเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ (Group A Beta-Hemolytic Streptococci, GABHS) หรือสเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีเนส (Streptococcus pyogenes)

    กลืนน้ำลายเจ็บคอ คออักเสบต้องรักษายังไง?
    โรคคออักเสบ
    ทำให้มีไข้สูง 39-40.5 องศาเซลเซียส, กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ, มีหนองที่ต่อมทอนซิลหรือคอหอย, มีเสมหะ มักจะไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ หากไม่ได้รักษา จะมีอาการได้นาน 8-10 วัน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นไข้รูมาติก (Acute Rheumatic Fever) หรือไตอักเสบเฉียบพลันหลังจากติดเชื้อได้ (Acute Post-Streptococcal Glomerulonephritis, APSGN)

  2. โรคต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน (Acute Tonsillitis)
    ต่อมทอนซิล
    เป็นต่อมน้ำเหลืองที่มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรค ก่อนเข้าสู่ลำคอ มักเกิดจากเชื้อ GABHS อาจมีหวัดนำมาก่อน จากนั้น 3-5 วัน ต่อมทอนซิลจะโตขึ้น, บวมแดง, มีหนอง อาจมีไข้สูงขึ้น, หนาวสั่น, เสียงแหบ, มีกลิ่นปาก, ตาแดง อาจปวดร้าวไปที่หู และพบว่ามีท้องเสียร่วมด้วยได้

  3. โรคฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abscess, Quinsy)

    กลืนน้ำลายเจ็บคอ อาการเจ็บรุนแรงรักษายังไงให้หาย
    หากทอนซิลอักเสบเป็นหนองมากขึ้น นอกจากจะรู้สึกเจ็บคออย่างรุนแรง, เสียงเปลี่ยนแล้ว อาจทำให้อ้าหรือหุบปากลำบาก บางครั้งลุกลามบริเวณเนื้อเยื่อโดยรอบ อาจเซาะผ่านเนื้อเยื่อไปจนถึงปอดและหัวใจ จนทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และเกิดปอดอักเสบติดเชื้อได้

  4. โรคฝาปิดกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน (Acute Epiglottitis)

    กลืนน้ำลายเจ็บคอ กล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน
    โรคนี้พบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี แต่เป็นโรคที่ต้องนึกถึงในผู้ใหญ่ ที่กลืนน้ำลายเจ็บคอ เพราะอาจทำให้อุดกั้นทางเดินหายใจ จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จะทำให้มีไข้, รู้สึกเจ็บคอ, กลืนไม่ได้, มีน้ำลายและเสมหะจำนวนมาก จากฝาปิดกล่องเสียงที่อักเสบมาก, เสี่ยงต่อการอุดกั้นหลอดลมจากเสมหะ และตัวฝาปิดกล่องเสียงเอง ซึ่งอาจทำให้สำลักจนกลายเป็นปอดอักเสบ สังเกตว่าจะหายใจโล่งขึ้น ถ้าโน้มตัวไปข้างหน้า

  5. โรคกล่องเสียงอักเสบ (Acute Laryngitis)
    อาการเริ่มต้นอาจเหมือนหวัดทั่วไป อาจเกิดตามหลังการใช้เสียงมากเกินไปได้ มีไข้ต่ำ ๆ แต่อาการสำคัญคือ มีเสียงแหบหรืออาจเสียงหาย มักจะไอมาก, รู้สึกระคายคอ ถ้าได้รับการรักษาล่าช้า อาจกลายเป็นกล่องเสียงอักเสบเรื้อรัง (เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์) ทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้น

 

2. พกคูลแคปติดตัวไว้ ก่อนเกิดปัญหาใหญ่จากแบคทีเรีย

 

กลืนน้ำลายเจ็บคอ รักษาง่ายๆ ใช้คูลแคป

 

อาการคออักเสบมีเสมหะ จากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาการเจ็บคอจากภูมิแพ้ ก็ทำให้มีอาการเจ็บคอได้ไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่อาการเริ่มจากความรู้สึกระคายคอ, แสบคอเพียงเล็กน้อย หากเริ่มใช้ยาสมุนไพรคูลแคปตั้งช่วงแรก จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้การติดเชื้อลุกลามได้ 

กลืนน้ำลายเจ็บคอ ยาสมุนไพรรักษาอาการเจ็บคออย่างรุนแรง
 
  • บอระเพ็ด มีสารฟลาโวน และฟลาโวนไกลโคไซด์ใน และสารออกฤทธิ์อื่นกว่า 60 ชนิด ซึ่งช่วยยับยั้งการอักเสบ และช่วยลดไข้ได้เป็นอย่างดี

  • ส้มซ่า มีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ โดดเด่นในการช่วยลดการอักเสบ ของทางเดินหายใจ ลดอาการกลืนน้ำลายเจ็บคอ, เจ็บคอมีเสมหะได้เป็นอย่างดี และยังมีสารลิโมนอยด์ ที่ช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย 

  • ผักกาดน้ำ จะช่วยลดการอักเสบ, ช่วยขับปัสสาวะ, ระบายความร้อนออกจากร่างกาย, ขับพิษ, ช่วยปรับธาตุภายในให้เย็นลง

  • โกฐน้ำเต้า มีสารสำคัญคือ สารเซนโนไซด์และเรอิโนไซด์ กระตุ้นการขับถ่าย ส่วนสารออกฤทธิ์อื่น ๆ จะช่วยขับเหงื่อ, ขับปัสสาวะและอุจจาระ จึงช่วยระบายความร้อน เป็นการแก้ร้อนในได้อีกทางหนึ่ง


สารออกฤทธิ์ในคูลแคป ทำงานเหมือนสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดการอักเสบ, ลดไข้, ทำให้เจ็บคอลดลง, ระบายความร้อน จึงแก้ร้อนใน และช่วยปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ

 

สรุป

กลืนน้ำลายเจ็บคอ ตัวช่วยให้หายเจ็บคอ ไม่ต้องหาหมดบ่อยๆ

 

โรคติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคอ มักทำให้เจ็บคอมีเสมหะ, มีอาการกลืนน้ำลายเจ็บคอ, กลืนลำบาก, ทานอาหารได้น้อย, มีไข้สูง ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษา อาจทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Airway Obstruction) หรือกลายเป็นปอดอักเสบติดเชื้อได้ (Bacterial Pneumonia) แต่ถ้าไม่อยากให้อาการลุกลามไปไกล แนะนำให้รับประทานยาคูลแคป ครั้งละ 1-2 เม็ด เช้า-เย็น ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพื่อลดการอักเสบ, ลดอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ, ลดไข้ และยังช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย กลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง