9 วิธีลดเสี่ยง เลี่ยงอาการเพลียแดด !

Last updated: 2021-05-25  |  912 จำนวนผู้เข้าชม  | 

9 วิธีลดเสี่ยง เลี่ยงอาการเพลียแดด !

 

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเวลาเจอแดด หรืออยู่ในบริเวณที่อากาศร้อนมาก ๆ จะรู้สึกอ่อนเพลีย, ไม่มีแรง, เวียนศีรษะ บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียน, หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ยิ่งถ้าต้องออกแรงทำงาน, ออกกำลังกายกลางแดดด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกเพลีย ร้อนจนแทบจะยืนหลับได้เลยทีเดียว นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการเพลียแดด หรือภาวะเพลียจากความร้อน (Heat Exhaustion) ที่คุณเคยผ่านมาแล้วแบบไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการหมดสติได้ อาจได้รับอุบัติเหตุขณะล้มลงได้ จึงควรรู้จักวิธีดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น

 

อ่อนแรง ไม่มีแรง เวียนศีรษะ อาจเกิดจากเพลียแดด

 

9 วิธีช่วยลดความเสี่ยง ที่อาจทำให้เกิดภาวะเพลียแดด

 

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยลดอาการเพลียแดดได้

 

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 10-15 แก้ว เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำ (Dehydration) จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการอ่อนเพลียจากแดดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้หมดสติได้ง่าย จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้วก่อนการสัมผัสแสงแดด หรืออากาศร้อน อาจเลือกดื่มน้ำผลไม้เย็น เพื่อเพิ่มเกลือแร่ให้กับร่างกาย

 

2. หลีกเลี่ยงอากาศร้อน

หากเลือกได้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่อบอ้าว มีความร้อนและความชื้นสูง ไม่มีลมพัด หรือหลีกเลี่ยงการทำงานที่ไม่จำเป็น หรือการออกกำลังกาย ในขณะที่อากาศร้อนมาก หรือแดดจัด

 

3. จัดเวลาพัก หากต้องทำงานกลางแจ้ง

จัดให้มีเวลาเข้าพักในที่ร่ม หากต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือถ้าต้องทำงานในสถานที่ที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งวัน ควรสลับพักให้อยู่ในบริเวณที่มีอากาศเย็นขึ้น หรือจัดตารางเวลาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้อุณหภูมิกายร้อนอย่างต่อเนื่อง

 

4. สวมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

 

การแต่งกาย อาจเป็นเหตุของอาการเพลียแดด

 

สวมเครื่องแต่งกายให้เหมาะกับสภาพอากาศ และการปฏิบัติงาน ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนาจนเกินไป หากต้องทำงานกลางแดด แต่ถ้าต้องสวมชุดรัดกุมทำงานในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูง ควรคลายชุดเพื่อระบายความร้อน ในช่วงที่ได้พัก

 

5. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเกิดการยับยั้งฮอร์โมน สำหรับการดูดน้ำกลับจากท่อไต (Antidiuretic Hormone หรือ Vasopressin) ทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ ร่างกายจึงสูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่ได้ง่ายขึ้น ทำให้โดนแดดแล้วเพลียมากกว่าเดิม

 

6. ฝึกให้ร่างกายปรับตัว

หากต้องทำงานกลางแดด หรือทำงานสถานที่ที่มีอากาศร้อน ควรมีการฝึกร่างกายให้ปรับตัว (Acclimatization) โดยใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน ถ้าหากเริ่มทำงานใหม่, เริ่มออกกำลังกายหรือฝึกใหม่ ไม่ควรให้อยู่กลางแดดเกิน 20% ของเวลางานทั้งหมด และหากต้องการปรับเพิ่มเวลาในการทำงานกลางแดด ไม่ควรเพิ่มเกินครั้งละ 20% จากของเดิม

 

อาการเพลียแดด ออกกำลังกายช่วยได้

 

หากปรับตัวได้แล้ว ไม่ควรอยู่กลางแดดเกิน 50% ของเวลางานทั้งหมดในช่วงแรก จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นวันละ 20% ได้ เพราะหากเริ่มทำงานหนักตั้งแต่วันแรก อาจเกิดภาวะเพลียจากแดด หรือมีอาการบาดเจ็บจากความร้อน (Heat-Related Illness) อื่น ๆ ได้

 

7. คนกลุ่มเสี่ยงต้องระวังตัว

คนที่เพิ่งหายจากอาการเจ็บป่วย,การบาดเจ็บ, ผู้สูงอายุ หรือคนที่รับประทานยาขับปัสสาวะเป็นประจำ ไม่ควรอยู่กลางแจ้ง หรืออยู่ในบริเวณที่มีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นเวลานาน เพราะร่างกายปรับตัวได้ไม่ดี ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ปริมาณสารน้ำ และเลือดในร่างกายมีน้อย อาจทำให้โดนแดดแล้วเพลียง่ายกว่าคนทั่วไป

 

8. รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเพลียจากแดด

 

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเพลียจากแดด

 

ศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เพลียแดด และศึกษาอาการอ่อนเพลียจากแดดเบื้องต้น เพื่อให้สังเกตความผิดปกติได้ ตั้งแต่เริ่มมีอาการ และควรเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีดูแลเบื้องต้นด้วย

 

9. รับประทานคูลแคปเป็นประจำ

การรับประทานยาสมุนไพรคูลแคปเป็นประจำ จะช่วยดูแลร่างกายคุณจากภายใน เพราะสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรทั้ง 4 ชนิด (บอระเพ็ด, ส้มซ่า, โกฐน้ำเต้า และผักกาดน้ำ) จะลดการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น ทูเมอร์เนคโครซิส แฟคเตอร์ (Tumor Necrosis Factor, TNF), อินเตอร์ลิวคิน-1 (Interleukin-1, IL-1), อินเตอร์ลิวคิน-6 (Interleukin-6, IL-6) ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ลดความร้อนจากระดับเซลล์ ทำให้ร่างกายได้ระบายความร้อน ช่วยแก้ร้อนในได้

 

มีอาการเพลียแดดบ่อยๆ คูลแคปช่วยได้

 

นอกจากนี้ยาสมุนไพรคูลแคปยัง ช่วยลดไข้, ขับพิษ, ขับปัสสาวะและขับเหงื่อ ช่วยทำให้ร่างกายเย็นลง ปรับธาตุหยินหยาง ช่วยให้มีสมดุลที่ดีจากภายใน ลดความเสี่ยงจากอาการเพลียจากแดด และการบาดเจ็บจากความร้อนอื่น ๆ ได้ในระยะยาว

 

แนะนำวิธึดูแลเบื้องต้น เมื่อมีอาการเพลียแดด

 

1. พักกิจกรรม และเข้าที่ร่ม

เมื่อรู้สึกเริ่มมีอาการอ่อนเพลียจากแดด เวียนศีรษะ, กระสับกระส่าย หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลม โดยเฉพาะถ้ามีเหงื่อออกมาก, ตัวเย็น, หายใจแรงขึ้น, รู้สึกหัวใจเต้นเร็ว ให้รีบเข้าที่ร่มทันที หรือหากอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ควรย้ายไปอยู่ในที่ที่ระบายอากาศได้ดีทันที

 

2. ดื่มน้ำเกลือ

ดื่มน้ำเกลือจนรู้สึกไม่กระหาย โดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติผสมกับเกลือ ในอัตราส่วนน้ำ 1 ลิตรต่อเกลือ 1 ช้อนชา ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการหนาวสั่น จากอุณหภูมิที่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้

 

3. นอนยกเท้าสูง

อาการเพลียแดด วิธีง่ายๆ นอนยกเท้าสูง

นอนราบแล้วยกเท้าให้สูงกว่าระดับหัวใจ ประมาณ 45 องศา เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดมาเลี้ยงศีรษะ ช่วยเพิ่มออกซิเจนเลี้ยงสมอง และเพื่อให้ระบบประสาทส่วนกลาง กลับมาทำงานได้อย่างปกติเร็วที่สุด

 

สรุป


มีอาการเพลียแดด คูลแคปช่วยได้

 

อาการเพลียแดดเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก แต่บางครั้งอาจถูกละเลย เพราะเข้าใจว่าเป็นอาการอ่อนเพลียทั่วไป บางครั้งหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจทำให้เป็นลมหมดสติ และเกิดอุบัติเหตุจากการล้มลงได้ จึงควรลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากหลีกเลี่ยงอากาศร้อนแล้ว การรับประทานยาคูลแคป จะช่วยลดการอักเสบ, ระบายความร้อน, ปรับการทำงานของร่างกายให้อยู่ในสมดุลได้ง่าย จึงช่วยทำให้อาการไข้, เจ็บคอ, ร้อนใน, ท้องผูกดีขึ้น และอาจช่วยลดความเสี่ยงของอาการได้ หากรับประทานยาสมุนไพรคูลแคปเป็นประจำ