“3 โรคไข้หวัดหน้าฝน” ที่ทำให้คนป่วยได้ทุกปี

Last updated: 2021-06-10  |  894 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“3 โรคไข้หวัดหน้าฝน” ที่ทำให้คนป่วยได้ทุกปี

 

ย่างเข้าหน้าฝนทีไร สายน้ำก็มักนำความเย็นฉ่ำชื่นใจ มาด้วยทุกครั้ง อากาศร้อนค่อยคลายลง รู้สึกสดชื่นหายใจได้เต็มปอด แต่ถ้าเพลิดเพลินมากไปไม่ได้ระวัง อาจละเลยเรื่องความสะอาด และสุขอนามัยส่วนบุคคล จนทำให้สายฝนที่ชื่นใจ กลายเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่ตัวคุณ ทำให้เป็นไข้หวัดหน้าฝน และอาจลุกลามเป็นโรคร้ายแรงอื่นได้

 

ไข้หวัดหน้าฝน อาจเป็นภัยร้ายแรงกับคนในครอบครัวคุณได้

 

1. ทำไมจึงมักเกิดโรคระบาดในช่วงหน้าฝน ?

สังเกตกันไหมว่า ทำไมมักมีการระบาดของโรคต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝน? บางคนอาจแค่เจ็บคอ หรือรู้สึกร้อนในร่างกาย แต่บางรายอาจป่วยหนัก ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล สาเหตุเป็นเพราะ พาหะของโรคที่มากับหน้าฝน โดยเฉพาะเชื้อไวรัส ชอบอากาศเย็นเป็นพิเศษ จึงเจริญเติบโตได้ดี มีอายุอยู่ได้นานขึ้น อีกทั้งสารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งเหงื่อ, น้ำมูก, น้ำลาย, เสมหะ มักจะระเหยและสลายตัวได้ช้า ในช่วงที่อุณหภูมิต่ำอีกด้วย

 

2. 3 โรคไข้หวัดหน้าฝน ที่ทุกคนควรรู้จัก

 

2.1 โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)

ไข้เลือดออกนับโรคที่มากับหน้าฝน ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง จนทำให้เสียชีวิตได้ทุกปี เพราะเป็นช่วงที่มีแหล่งน้ำขัง ที่เกิดหลังจากฝนตก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ให้ยุงลายวางไข่ ทำให้ไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ที่ใช้ยุงเป็นพาหะ สามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

 

โรคไข้เลือดออก อาจเกิดจากไข้หวัดหน้าฝน

 

โดยช่วงแรก อาการอาจคล้ายไข้หวัดหน้าฝนทั่วไป บางรายอาจเริ่มจากมีอาการท้องเสีย, ถ่ายเหลวก่อนเป็นไข้ แต่จะสังเกตว่า มักมีเป็นไข้สูงลอยตลอด 3 วันแรก ไข้มักไม่ค่อยลดลง แม้จะเช็ดตัวลดไข้ หรือทานยาบรรเทาไข้แล้วก็ตาม

 

เป็นผืนแดงอาจเป็นโรคไข้เลือดออก ไข้หวัดหน้าฝน

 

จากนั้นเมื่อไข้เริ่มลง จะเป็นช่วง 24-48 ชม. ที่อันตรายที่สุด เพราะสารน้ำในเลือด จะเริ่มรั่วซึมออกจากเส้นเลือด ไปอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวลดต่ำลงจนถึงที่สุด อาจสังเกตได้ว่า หนังตาบวมขึ้น, ท้องโตขึ้น, มีจุดเลือดออกตามร่างกาย อาจอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ บางรายอาจมีอาการช็อกอย่างรุนแรงได้ แต่เมื่อพ้นจากระยะนี้ไปแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มอยากทานอาหาร และมีอาการคันตามตัว โดยไม่มีการลอกของผิวหนัง

 

2.2 โรคมาลาเรีย (Malaria)

โรคติดต่อชนิดนี้ เป็นอีกโรคที่มากับหน้าฝน โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะ นำเชื้อโปรโตซัว พลาสโมเดียม (เช่น Plasmodium falciparum, Plasmodium vivax) ซึ่งอาศัยอยู่ในเลือดมาสู่คน โดยจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดแตก และเกิดตับอักเสบร่วมด้วย

 

โรคมาลาเรีย อาจเกิดจากไข้หวัดหน้าฝน

 

อาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัด อาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อ จากนั้นมักมีอาการไข้สูงตลอด หรืออาจไข้เป็น ๆ หาย ๆ ตามวงจรชีวิตของเชื้อพลาสโมเดียม (3-4 วัน) หนาวสั่น อาจทำให้มีภาวะซีด, ตัวเหลือง ตาเหลือง, ปัสสาวะเป็นสีดำ หรือตรวจพบว่า ตับม้ามโต ควรสังเกตอาการไข้สูงลอยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากมีประวัติว่า เพิ่งเข้าป่า หรือไปในแหล่งที่มีการระบาดของโรคมาลาเรีย ในช่วง 10-14 วันก่อนมีอาการ

 

2.3 โรคฉี่หนู (Leptospirosis)

โรคไข้หวัดหน้าฝนยอดนิยมอีกโรคหนึ่ง คือโรคเล็ปโตสไปโรซีส ซึ่งแม้จะชื่อโรคฉี่หนู แต่ความจริงแล้ว อาจเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นได้ เช่น สุนัข, แมว, ม้า, หมู, วัว, ควาย โดยสัตว์เหล่านี้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย (Leptospira) จากนั้นปัสสาวะลงในดิน, โคลน หรือแหล่งน้ำขัง เมื่อคนไปสัมผัส จะทำให้ติดเชื้อผ่านทางผิวหนังได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีแผลเปิด หรือแม้แต่การดื่มน้ำอัดลมกระป๋อง ที่อาจถูกหนูฉี่ทิ้งไว้ เมื่อเราดื่มน้ำจากกระป๋อง โดยไม่ล้างทำความสะอาด ก็อาจเกิดการติดเชื้อ ผ่านทางเยื่อบุช่องปากที่เป็นแผลได้เหมือนกัน

 

โรคฉี่หนู ไข้หวัดหน้าฝน

 

จะเริ่มเกิดอาการ หลังจากสัมผัสเชื้อแล้ว 2-4 สัปดาห์ ในช่วงแรกอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด รู้สึกร้อนในร่างกาย ปวดเมื่อยตัว จากนั้นประมาณ 3-7 วันต่อมา จะมีไข้สูงมากทันทีทันใด, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้อาเจียน, ท้องเสีย, เบื่ออาหาร มีอาการเด่นคือปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้ออย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง หากตรวจเลือดจะพบว่า มีค่าเอนไซม์ ที่บ่งบอกถึงการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Creatine Phosphokinase, CPK) ขึ้นสูงผิดปกติ และมักพบว่า มีอาการตาแดง และตัวเหลืองตาเหลืองร่วมด้วย

 

จากนั้นจะพบว่า มีช่วงที่ไข้ลง 24-48 ชม. แล้วกลับมีไข้ซ้ำอีก โดยไข้ช่วงนี้จะลดต่ำลงกว่าช่วงแรก แต่อาจพบว่า ผู้ป่วยมีอาการคอแข็ง จากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีอาการตับและไตวายร่วมด้วย แต่พบในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

 

3. ดูแลร่างกายให้ห่างไกลไข้ ด้วยคูลแคป

 

ดูแลร่างกายให้ห่างไกลไข้หวัดหน้าฝน ด้วยคูลแคป

 

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน อาจทำให้มีไข้, รู้สึกร้อนในร่างกาย, ไม่สบายตัว, ท้องผูก หรือเจ็บคอได้ แต่หากคุณดูแลตัวเอง ด้วยการทานคูลแคปเป็นประจำ วันละ 2 เม็ดในตอนเช้าและเย็น สารสกัดจากสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดในคูลแคป ทั้งส้มซ่า, บอระเพ็ด, โกฐน้ำเต้า และผักกาดน้ำ จะช่วยดูแลร่างกาย ลดการเกิดอักเสบจากอนุมูลอิสระ และส่งเสริมให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างปกติ โดยไม่ทำให้เกิดพิษต่อตับและไต

 

สรุป

ทั้งโรคไข้เลือดออก, โรคมาลาเรีย และโรคฉี่หนู เป็นโรคที่เกิดการระบาดเป็นประจำ ในช่วงหน้าฝน ซึ่งช่วงแรกอาจมีอาการทั่วไป คล้ายไข้หวัดหน้าฝน แต่จากนั้นจะเริ่มมีไข้สูง และมีอาการเฉพาะลงไปในแต่ละโรค โดยไข้เลือดออกจะมีผื่นแดงขึ้น หลังจากไข้ลง, โรคมาลาเรีย จะมีอาการหนาวสั่น, ตัวเหลือง ส่วนโรคฉี่หนู จะมีไข้และปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง แบบที่ไม่เคยปวดมาก่อน จึงควรเพิ่มการดูแลตัวเองในฤดูฝน หรือถ้าอยากห่างไกลจากไข้ในหน้าฝน ใช้คูลแคปช่วยดูแลร่างกายคุณด้วยสิคะ