3 อาการปอดอักเสบที่สำคัญ พร้อมวิธีป้องกัน ในวันที่ยังแข็งแรง

Last updated: 2021-08-04  |  867 จำนวนผู้เข้าชม  | 

3 อาการปอดอักเสบที่สำคัญ พร้อมวิธีป้องกัน  ในวันที่ยังแข็งแรง

 

ปอดอักเสบ (Pneumonia) เป็นโรคที่มักเกิดจากการติดเชื้อ แต่บางกรณีอาจเกิดจากการสำลัก หรือสูดดมสารเคมีเป็นเวลานาน จนทำให้เนื้อเยื่อปอดอักเสบ ยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เราจึงควรรู้จักอาการปอดอักเสบที่สำคัญ เพื่อจะได้สังเกตตนเองและคนใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะได้เข้ารับการตรวจ และทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรก

 

1. 3 อาการปอดอักเสบที่ควรระวัง


1.1 ไข้ (Fever, Pyrexia)


อาการปอดอักเสบที่ควรระวัง

 

ไข้เป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูง ตั้งแต่ 37.8 องศาเซลเซียส (˚C) ขึ้นไป ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ที่หลั่งสารออกมาเพื่อยับยั้งเชื้อโรค แต่มีผลข้างเคียงคือ เกิดการอักเสบของร่างกายจนทำให้เกิดไข้ ซึ่งอาจทำให้มีไข้สูงมากกว่า 39 ˚C ในช่วง 3-5 วันแรก และบางรายอาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แต่บางกรณีที่เป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุ อาจพบในทางตรงกันข้าม คือตัวเย็น และอุณหภูมิกายต่ำกว่า 36 ˚C ซึ่งก็เป็นอาการแสดงของภาวะติดเชื้อได้เช่นกัน

 

1.2 ไอ (Cough)

หากมีอาการไข้อย่างเดียว อาจบอกสาเหตุของการติดเชื้อได้ยาก แต่ถ้ามีอาการไอร่วมด้วย จะค่อนข้างจำเพาะกับโรคระบบทางเดินหายใจมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกาย พยายามขับสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรคหรือเสมหะ ออกจากปอด, หลอดลม, ช่องคอ และโพรงจมูก โดยเริ่มจากการกระตุ้นเยื่อบุทางเดินหายใจ แล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง จากนั้นจึงส่งสัญญาณมาควบคุมกล้ามเนื้อทางเดินหายใจอีกครั้ง ซึ่งในช่วงแรก ๆ อาจเป็นไอแห้ง ๆ แต่เมื่อผ่านไป 2-3 วัน เสมหะอาจเริ่มกลายเป็นสีเหลืองเขียว และอาจมีเลือดปน (Hemoptysis) ในรายที่มีอาการรุนแรง

 

1.3 หอบเหนื่อย (Dyspnea)


 

โดยทั่วไป อัตราการหายใจของผู้ใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณ 16-20 ครั้ง/นาที แต่หากหายใจเร็วขึ้นมากกว่า 20 ครั้ง/นาที จะเรียกว่ามีภาวะหายใจเร็ว (Tachypnea) แต่ในภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ อาจหายใจเร็วจนมีภาวะหอบเหนื่อย (Dyspnea) จะสังเกตได้จาก มีจมูกบานขณะหายใจ, ใช้กล้ามเนื้อคอหรือกล้ามเนื้อท้องช่วยหายใจ, เหนื่อยจนพูดได้เป็นคำ ๆ หรือพูดไม่ได้ ส่วนในเด็กอาจสังเกตได้จากซี่โครงบาน, หายใจจนอกบุ๋ม หรือเห็นว่ามีปากเขียวคล้ำ แต่หากเป็นปอดอักเสบโควิด ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการเหนื่อย ทั้งที่ออกซิเจนในร่างกายต่ำ (Happy Hypoxia) ซึ่งอาจทำให้ตรวจพบความผิดปกติ ล่าช้าออกไป

 

1.4 อาการแสดงอื่น

นอกจากอาการปอดอักเสบที่เฉพาะเจาะจงแล้ว บางรายที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจมีอาการเจ็บหน้าอกขณะหายใจเข้าออก (Pleurisy) หรืออาจเจ็บชายโครงร่วมด้วย ส่วนอาการอื่นที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่ อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, เบื่ออาหาร, ปวดท้อง 


หากมีอาการครบทั้งไข้, ไอ, หอบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดโรคปอดอักเสบ ซึ่งควรได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ และอาจต้องได้รับออกซิเจนเสริม ในรายที่ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation, O2 Sat) ต่ำกว่า 95% แต่การดูแลร่างกายที่ดีที่สุด คือการป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่แรก

 

2. วิธีป้องกันโรคปอดอักเสบ


2.1 ล้างมือให้สะอาด


ล้างมือให้สะอาด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ

 

ควรล้างมือนานอย่างน้อย 20 วินาที ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หรือหลังสัมผัสสารคัดหลั่งต่าง ๆ

 

2.2 สวมหน้ากากอนามัย

การสวมมาสก์ทางการแพทย์ (Surgical mask) จะช่วยลดความเสี่ยง ของการติดเชื้อปอดอักเสบลงได้มาก โดยเฉพาะโรคปอดอักเสบโควิด ที่อาจต้องสวมหน้ากาก 2 ชั้น โดยด้านในสวมเป็นหน้ากากกระดาษ และด้านนอกสวมหน้ากากผ้าทับอีกชั้นหนึ่ง

 

2.3 รับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

การป้องกันโรคติดเชื้อที่ดีที่สุด คือการรับวัคซีน ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบนิวโมค็อกคัส นิยมให้ฉีดในคนอายุ 65 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบได้บ่อยที่สุด

 

2.4 รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นทางหนึ่งที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการปอดอักเสบได้ เพราะหากเป็นไข้หวัดใหญ่ แล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้ปอดติดเชื้ออย่างรุนแรงได้

 

2.5 ทานสมุนไพรบำรุงปอด


สมุนไพรไทย สามารถบำรุงปอด ลดอาการหอบหืด รักษาอาการปอดติด

สมุนไพรไทยหลายชนิด สามารถบำรุงปอด, ลดอาการหอบหืด, รักษาอาการปอดติดเชื้อ และดูแลทางเดินหายใจได้ อย่างบอระเพ็ด, ส้มซ่า, ขมิ้นชัน, ฟ้าทะลายโจร, มะขามป้อม, หอมแดง, กระเทียม, รางจืด ซึ่งถูกใช้ในยาตำรับไทยมาแต่โบราณ

 

3. Koolcapp ดูแลร่างกายคุณได้ในทุกวัน

นอกจากสมุนไพรบำรุงปอดแล้ว อาจเลือกดูแลร่างกายด้วยการทานยาสมุนไพร Koolcapp ที่มีทั้งบอระเพ็ด, ส้มซ่า, โกฐน้ำเต้า และผักกาดน้ำ ซึ่งมีสารสำคัญหลายชนิด ที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการอักเสบของร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของหัวใจหลอดเลือด ช่วยให้ปอดและระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 

Koolcapp ดูแลร่างกายคุณได้ในทุกวัน

 

Koolcapp เป็นยาสมุนไพรตำรับไทย ที่จะช่วยดูแลร่างกายคุณ ด้วยการบรรเทาไข้, แก้เจ็บคอ, ขับเสมหะ, ขับเหงื่อ, ระบายความร้อนในร่างกาย , ช่วยขับปัสสาวะและอุจจาระ, ดูแลภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยดูแลธาตุของร่างกายให้สมดุล ซึ่งเมื่อระบบต่าง ๆ ทำงานได้เป็นปกติแล้ว จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อให้น้อยลงได้

 

สรุป

สมุนไพร Koolcapp จะช่วยดูแลร่างกายได้หลายระบบ

 

อาการปอดอักเสบที่สำคัญ ได้แก่ ไข้, ไอ, หอบ ซึ่งค่อนข้างจำเพาะกับโรคปอดอักเสบติดเชื้อ แต่ปอดอักเสบโควิดในช่วงแรกนั้น อาการหอบเหนื่อยอาจยังไม่ชัดเจน แต่หากสงสัยควรรีบตรวจเชื้อ เพื่อจะได้รักษาอย่างทันท่วงที แต่ทางที่ดีกว่านั้น คือการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ เริ่มตั้งแต่ล้างมือ, สวมหน้ากากอนามัย, ฉีดวัคซีน, ทานสมุนไพรบำรุงปอด ซึ่งหากเลือกทานสมุนไพร Koolcapp จะช่วยดูแลร่างกายได้หลายระบบ โดยเฉพาะลดการอักเสบของทางเดินหายใจ ทั้งยังช่วยบรรเทาไข้, ระบายความร้อน, ขับเสมหะ และแก้เจ็บคอได้อีกด้วย