9 ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ต้องรู้ไว้ ก่อนเกิดเหตุอันตราย !

Last updated: 2021-08-05  |  805 จำนวนผู้เข้าชม  | 

9 ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ต้องรู้ไว้  ก่อนเกิดเหตุอันตราย !


เมื่ออายุมากขึ้น ผู้ชายหลายคนมักประสบปัญหานกเขาไม่ขัน หรือมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction, ED) ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย และส่วนใหญ่มักหาวิธีรักษาตัวเอง มากกว่าเลือกที่จะไปพบแพทย์ บางคนเลือกใช้เป็นอุปกรณ์เสริมอย่างปั๊มสุญญากาศ บางรายเลือกใช้สมุนไพรรักษาอาการนกเขาไม่ขัน แต่วิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือการทานยาเพื่อให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้ยาได้ เพราะผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศบางอย่าง ทำให้เกิดความไม่สบายตัว ความเจ็บปวด จนไม่สามารถประกอบกิจกรรมทางเพศต่อได้

 

1. การออกฤทธิ์ของยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย

 

การออกฤทธิ์ของยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย

 

โดยปกติอวัยวะเพศชายจะแข็งตัว (Penile erection) ได้ จากการที่มีเลือดไหลเข้ามาคั่งในเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศ (Corpus cavernosum และ Corpus spongiosum) ซึ่งเกิดจาก

 

ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 

การที่ปลายประสาทและเยื่อบุหลอดเลือด หลั่งสารไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ออกมา และไปรวมกับเอนไซม์ Guanylyl cyclase เพื่อสร้าง cGMP ที่จะทำให้เกิดกระบวนต่าง ๆ จนทำให้หลอดเลือดแดงของอวัยวะเพศขยายตัว โดยมีเอนไซม์ Phosphodiesterase 5 (PDE-5) คอยทำลาย cGMP เพื่อให้อยู่ในระดับที่สมดุล

 

เพราะฉะนั้นกลไกหลักของยา หรือสมุนไพรรักษาอาการนกเขาไม่ขัน จึงอยู่ที่การยับยั้ง PDE-5 (PDE-5 Inhibition) เพื่อให้ cGMP คงอยู่ได้นานที่สุด จึงเป็นที่มาของยาในกลุ่ม PDE-5 Inhibitors (PDE5i) อย่าง Sildenafil (Viagra®), Vardenafil, Tadalafil, Avanafil ที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในปัจจุบัน แต่ก็ทำให้มีผลข้างเคียงที่พบได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

2. ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ต้องระวัง !

 

2.1 เนื้อเยื่ออวัยวะเพศถูกทำลาย

ภาวะนี้พบได้ไม่บ่อย แต่อาจสร้างความเสียหายและเจ็บปวดได้มาก มักพบในกรณีที่ใช้ยาในกลุ่ม PDE5i แล้วอวัยวะเพศแข็งตัวค้าง (High-flow Priapism) นานเกิน 4 ชั่วโมง จนทำให้เกิดการกดเบียดเนื้อเยื่ออยู่เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบได้

 

2.2 การมองเห็นสีผิดปกติ

 

ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ต้องระวัง !

 

Vardenafil และ Sildenafil อย่างไวอากร้าผลข้างเคียงที่พบได้ ~ 3% คือการมองเห็นภาพเป็นสีฟ้า-เขียว (Cyanopsia) เพราะยาสามารถยับยั้งการทำลายเอนไซม์ PDE-6 ด้วย จึงทำให้เกิดการคั่งของ PDE-6 ที่จอประสาทตา (Retina) จนมองเห็นภาพเป็นสีฟ้า โดยเฉพาะการได้รับยาขนาดเกินกว่า 100 มิลลิกรัม

 

2.3 ตาบอดเฉียบพลัน

 

เนื่องจากยามีผลลดความดันโลหิตลง ทำให้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทตาส่วนหน้าแบบเฉียบพลัน จนเกิดภาวะ Nonarteritic Anterior Ischemic Optic Neuropathy (NAION) ที่ทำให้การมองเห็นลดลง และบางรายที่อาการรุนแรง อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวานขึ้นตา (Diabetic retinopathy), คนที่เป็นโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม (Macular degeneration) หรือเป็นต้อหินอยู่เดิม

 

2.4 หูดับ

ปัจจุบันยังไม่ทราบว่า ภาวะหูดับ (Sensorineural hearing loss) จากการใช้ยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย (PDE5i) เกิดขึ้นได้อย่างไร จึงไม่สามารถระบุปัจจัยเสี่ยง ของคนที่อาจเกิดภาวะหูดับได้ แต่มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากใช้ยา บางรายมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนร่วมด้วย

 

2.5 ปวดกล้ามเนื้อ

ยาที่ใช้รักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะ Tadafil มีผลในการยับยั้งเอนไซม์ PDE-11 ที่พบในกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการปวดหลัง, ปวดแขนขา ได้ประมาณ 7-30% ซึ่งมีความสัมพันธ์กับขนาดยาที่ใช้ด้วย

 

2.6 ปวดศีรษะ

 

อาการปวดศีรษะ ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 

ผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่พบได้บ่อยมากประมาณ 15-20% คืออาการปวดศีรษะ เพราะยาทำให้หลอดเลือดในร่างกายเกือบทั้งหมดขยายตัว โดยเฉพาะหลอดเลือดในสมองที่มีขนาดเล็ก เมื่อมีการขยายตัว จึงทำให้รับรู้การเปลี่ยนแปลงได้มาก จนมีอาการปวดหนักในศีรษะ บางรายอาจปวดมาก จนมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

 

2.7 หน้าแดง

อาการหน้าแดง (Flushing) พบได้บ่อยในยา Sildenafil เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงขยายตัว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มีผิวบาง ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรกหลังจากทานยา

 

2.8 คัดจมูก

ยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย ทำให้หลอดเลือดบริเวณจมูกขยายตัว จึงอาจทำให้รู้สึกแน่นจมูก ทำให้มีอาการคัดจมูก หรือมีน้ำมูกใส ๆ ไหลได้บางครั้ง

 

2.9 แสบท้อง

อาการปวดแสบท้อง (Dyspepsia) คล้ายกับที่ปวดท้องจากกระเพาะอาหาร สามารถพบได้คนที่ใช้ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่เดิม, มีประวัติใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ (NSAIDs), ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟเป็นประจำ

 

3. สมุนไพรรักษาอาการนกเขาไม่ขัน

การใช้ยาสมุนไพรสกัดจากธรรมชาติแท้ เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือคนที่เคยใช้ยากลุ่ม PDE5i แต่ไม่สามารถทนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ โดยสมุนไพรบางชนิดมีสารประกอบสำคัญ ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้ง PDE-5 ได้ โดยทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์น้อยมาก

 

สมุนไพรรักษาอาการนกเขาไม่ขัน

 

เช่น อิมเอี้ยคัก (Epimedium brevicornum Maxim) ที่มีสารอิคาริน (Icariin) ออกฤทธิ์ได้เหมือน PDE5i, ซัวจูยู (Cornus Officinalis Sieb. et Zucc.), โสมทะเลทราย หรือเน็กฉ่งย้ง (Cistanche deserticola y.c.ma) หรือจะเป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยขยายหลอดเลือดได้ อย่างดอกคำฝอย (Carthamus tinctorius L.), เม็ดกุไช่ (Allium tuberosum Rottl. ex Spreng) จะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี

 

สรุป

การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย เกิดจากการที่ c-GMP ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งถ้าหากต้องการรักษา ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ก็ต้องทำให้ c-GMP อยู่ได้นานขึ้น โดยใช้ยากลุ่ม PDE-5 Inhibitors แต่มีผลข้างเคียงยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่พบได้หลายรูปแบบเช่น เนื้อเยื่ออวัยวะเพศถูกทำลาย, มีการมองเห็นหรือการได้ยินผิดปกติ, ปวดศีรษะ ซึ่งบางอาการอาจเกิดขึ้นอย่างถาวร บางคนจึงเลือกใช้การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างการใช้สารจากสมุนไพร ซึ่งปลอดภัยและยังไร้สารเคมีตกค้างอีกด้วย