อาการไข้ขึ้นๆลงๆ เกิดจากอะไร ? แล้วมีไข้ร่วมกับอาการแบบไหน ต้องรีบไปหาหมอ ?

Last updated: 2021-09-10  |  639 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 

อาการไข้ขึ้นๆลงๆ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเป็นกังวล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่มีการระบาดของโรคติดต่อ เพราะบางครั้งไม่แน่ใจว่า เป็นไข้จริงไหม ? มีอาการเหมือนจะเป็นไข้ แต่ไม่เป็น บางทีก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อนข้างในตัว แต่พอวัดแล้วก็ไม่มีไข้ หรือบางทีมีไข้ ≥ 37.8 องศาเซลเซียสจริง แต่อยู่ดี ๆ ก็หายเอง พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็ไข้ขึ้นใหม่ ทำไมถึงมีไข้ขึ้นๆลงๆ แบบนี้ มีสาเหตุจากอะไร ?

 

อาการไข้ขึ้นๆลงๆ เป็นเพราะอะไร ?

 

1. อาการไข้ขึ้นๆลงๆ เป็นเพราะอะไร ?

หลายคนคงมีคำถามว่า ตัวร้อนเกิดจากอะไร ? ทำไมถึงมีอาการเหมือนจะเป็นไข้ แต่ไม่เป็น ? บางทีก็รู้สึกเหมือนมีไข้ขึ้นๆลงๆ ซึ่งอาการผิดปกติแบบนี้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ

  • เป็นไข้ขึ้นๆลงๆ จากการติดเชื้อ ซึ่งอาจมีไข้ตามวงรอบการแบ่งตัว และฟักตัวของเชื้อโรค เช่น ในโรคมาลาเรีย ที่เชื้อพลาสโมเดียมหลุดออกจากเซลล์ตับ แล้วเข้าสู่เม็ดเลือดแดงเป็นวงรอบ จึงทำให้มีไข้เป็นๆหายๆ

  • มีการรบกวนการทำงานของสมอง ส่วนควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งอาจเกิดจากโรคมะเร็ง หรือโรคในสมองเอง

  • เป็นความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน จากโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

  • เกิดจากการที่ร่างกาย ปล่อยสารในระบบภูมิคุ้มกันออกมาสู้กับเชื้อโรคเป็นระยะ

  • สัมพันธ์กับยาลดไข้ที่ทานเข้าไป เมื่อยาหมดฤทธิ์ก็จะมีไข้ขึ้นใหม่ได้

  • เกี่ยวข้องกับการสัมผัสอุณหภูมิ และสิ่งแวดล้อมภายนอก

 

2. มีไข้ร่วมกับอาการแบบไหน ที่ต้องไปพบแพทย์ ?

 

เมื่อมีอาการไข้ หลายคนมัวแต่มองหาวิธีป้องกันไม่ให้เป็นไข้ โดยลืมนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ จึงทำให้ตัวร้อนเป็นๆหายๆ จนเกิดความผิดปกติรุนแรงตามมาในที่สุด ซึ่งหากมีไข้ร่วมกับอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

 

2.1 หายใจลำบาก

 

อาการหอบเหนื่อย หายใจไม่ออก ต้องทำยังไง

 

อาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบจากเชื้อโควิด, จากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหากปล่อยไว้นาน จะทำให้เกิดสารสะสมของสารคัดหลั่งในปอด และการแลกเปลี่ยนก๊าซของถุงลมปอดแย่ลง จนเห็นว่า มีกล้ามเนื้อคอปูด, ซี่โครงบาน, มีปากม่วงเขียว หรือต้องใช้กล้ามเนื้อท้องช่วยขณะหายใจ

 

2.2 ซึม 

อาการไข้ขึ้นๆลงๆ ร่วมกับซึม ไม่รู้สึกตัว เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นจากการติดเชื้อของระบบประสาทเอง, เป็นโรคของต่อมไทรอยด์ หรืออาจเป็นภาวะช็อก ที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อย ซึ่งเป็นภาวะที่ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล

 

2.3 ชักเกร็ง

อาการไข้ร่วมกับชักเกร็ง พบได้บ่อยได้ในเล็กที่มีไข้สูง ซึ่งส่วนใหญ่มักมีสาเหตุไม่รุนแรง แต่หากเป็นผู้ใหญ่ ที่มีไข้เป็นๆหายๆ ร่วมกับชัก ควรนึกถึงการติดเชื้อบริเวณเยื่อหุ้มสมองหรืออาจมีเลือดออกในสมอง ที่ทำให้ไข้แล้วเกิดอาการชักเกร็งได้เหมือนกัน

 

2.4 ตัวเหลืองตาเหลือง

อาการไข้ขึ้นๆลงๆ ร่วมกับตัวเหลืองตาเหลือง มักเกิดจากการรบกวนการทำงานของตับ อย่างเช่น ตับอักเสบจากเชื้อไวรัส, เป็นฝีในตับ, มีท่อน้ำดีอุดตันหรือติดเชื้อ หรืออาจมีการติดเชื้อที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ก็จะทำให้มีตัวเหลืองตาเหลืองเช่นกัน

 

2.5 ปัสสาวะไม่ออก

 

ปัสสาวะไม่ออก ต้องทำยังไง

 

ถ้ามีไข้ร่วมกับปัสสาวะไม่ออก อาจเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะไตวาย ที่เกิดจากการติดเชื้อในร่างกายจนช็อก ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

 

2.6 มีแผลติดเชื้อลุกลามเร็ว

หากมีแผลติดเชื้อ สามารถทำให้เกิดไข้เป็นๆหายๆได้ ซึ่งหากแผลติดเชื้อลุกลามเร็ว จะสังเกตเห็นผิวหนัง บวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อ บริเวณผิวหนังที่อวัยวะเพศ (Fournier gangrene) การติดเชื้ออาจขยายวงกว้างภายใน 4-6 ชั่วโมง จนทำให้เป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้

 

3. วิธีป้องกันไม่ให้เป็นไข้

เมื่อคุณรู้แล้วว่า ทำไมถึงเกิดไข้เป็นๆหายๆ แล้วตัวร้อนเกิดจากอะไร ลองดูวิธีป้องกันก่อนเกิดไข้กันบ้างดีกว่าค่ะ

 

ยาคูลแคป สมุนไพรบรรเทาอาการไข้

 

ยาคูลแคป (KOOLCAPP) เป็นส่วนผสมของสมุนไพร 4 ชนิด ประกอบด้วยบอระเพ็ด, ส้มซ่า, ผักกาดน้ำ และโกฐน้ำเต้า ซึ่งมีสรรพคุณที่หลากหลาย ตามวิธีรักษาของยาตำรับไทย ทั้งช่วยปรับธาตุในร่างกาย, อาจป้องกัน บรรเทาไข้, แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ, ขับเหงื่อ ระบายความร้อน, ขับสารพิษ, แก้ร้อนใน, ลดอาการอักเสบ, ปรับธาตุในร่างกาย และยังช่วยระบายได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการศึกษา จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า ยาคูลแคป 138 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับการใช้ยาลดไข้ 2,100 มิลลิกรัม โดยไม่ส่งผลต่อการทำงานของตับและไต จึงเป็นวิธีป้องกันไข้ที่ปลอดภัย ตามวิถีแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

4. สรุป

 

สมุนไพรบรรเทาไข้

 

อาการไข้ขึ้นๆลงๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากตัวเชื้อโรคเอง, จากระบบภูมิคุ้มกัน, จากโรคที่รบกวนการทำงานร่างกาย, จากยาลดไข้ รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งหากมีไข้ร่วมกับอาการผิดปกติ อย่างหอบเหนื่อย หายใจลำบาก, ซึม ไม่รู้สึกตัว, สับสน, ชักเกร็ง, ปัสสาวะไม่ออก ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที แต่ถ้าหากเรารู้วิธีป้องกันไม่ให้เป็นไข้ โดยการใช้ยาคูลแคปเป็นประจำ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไข้ ทั้งยังช่วยบรรเทาไข้ หรืออาการเหมือนจะเป็นไข้ แต่ไม่เป็น ซึ่งอาจลดโอกาส ที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงได้